ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)(ซ้าย) ,นายอรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮปฟูล จำกัด (ขวา)
ปทุมธานี – [31 กรกฎาคม 2569] – บริษัท โฮปฟูล จำกัด (Hopeful Co., Ltd.) ผู้นำด้านนวัตกรรมเสริมอาหารเพื่อสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) ผนึกกำลังสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และบันทึกความเข้าใจด้านการวิจัย และพัฒนานวัตกรรมเสริมอาหารเพื่อสุขภาพเชิงป้องกัน 4 ฉบับ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยใน 4 กลุ่มโรคเรื้อรังได้แก่ โรคสะเก็ดเงิน, โรคมะเร็ง, โรคไต และโรคสมองเสื่อม สร้างทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพเชิงลึก ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างเป็นรูปธรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานวิจัยและทรัพยากรสมุนไพรของประเทศไทย
ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงทั้งด้านงานวิจัย สมุนไพร และทรัพยากรชีวภาพ แต่ความท้าทายสำคัญคือการขับเคลื่อนงานวิจัยเหล่านั้นไปสู่การใช้งานจริงเพื่อประโยชน์ของประชาชนในวงกว้าง ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ในครั้งนี้จึงเป็นต้นแบบสำคัญในการเชื่อมโยงภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพของประเทศ โดยมุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการเพาะปลูก และกระบวนการสกัดขั้นสูง มาพัฒนาให้ได้สารสำคัญที่มีความเข้มข้น ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพของประชาชนแล้ว ยังช่วยยกระดับสมุนไพรไทยให้มีมาตรฐานความปลอดภัยและมีผลงานวิจัยรองรับในระดับสากล เพื่อปลดล็อกคุณค่าของงานวิจัยไทยให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม และตอบโจทย์เป้าหมายสำคัญของประเทศในการลดการพึ่งพายาและสารสกัดจากต่างประเทศ โดย วว. พร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมชีวภาพ มาผนึกกำลังเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมสุขภาพของไทย
ด้าน นายอรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮปฟูล จำกัด กล่าวว่า โฮปฟูลและ วว. มุ่งเน้นการนำสมุนไพรไทยที่มีข้อมูลการศึกษา และหลักฐานทางวิชาการรองรับ มาต่อยอดเป็นนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพในผู้ป่วยแต่ละกลุ่มโรค โดยให้ความสำคัญตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก การคัดเลือกวัตถุดิบ ไปจนถึงกระบวนการสกัด โดยเหตุผลที่เลือกมุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมไปยัง 4 กลุ่มโรคเรื้อรังสำคัญนั้น สืบเนื่องจากกลุ่มโรคเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยอย่างรุนแรง ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ การใช้ชีวิตประจำวัน และด้านโภชนาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมองหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพ แต่ในท้องตลาดยังคงมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบไม่ได้มาตรฐาน หรือสูตรผสมที่ไม่เหมาะสมจนอาจเกิดโทษมากกว่าประโยชน์ โฮปฟลูจึงยึดถือความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยผนึกกำลังกับ วว. พัฒนานวัตกรรมที่ไม่ใช่แค่สารสกัดชนิดเดียว แต่เป็นการผสานสารสำคัญและงานวิจัยอันหลากหลาย เพื่อให้ดูแลสุขภาพของผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ควบคู่ไปกับการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยอย่างแท้จริงให้แก่คนไทย
“ความตั้งใจสูงสุดจากความร่วมมือในครั้งนี้ คือการมอบทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีหลักฐานทางวิชาการรองรับให้แก่ผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มโรคอย่างแท้จริง ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาร่วมกันจะเข้ามาตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะบุคคล ทั้งด้านโภชนาการ การฟื้นฟูร่างกาย และการบรรเทาอาการที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยใช้ควบคู่ไปกับการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ ขณะเดียวกัน ยังถือเป็นการยกระดับสมุนไพรไทยให้มีมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ ช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรและทรัพยากรสมุนไพรพื้นถิ่นของไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล ซึ่งโฮปฟูลพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับคนไทยทุกคนอย่างยั่งยืน”ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮปฟูล จำกัดกล่าวปิดท้าย